Kornwalai님의 프로필อย่าเสียดายกับสิ่งที่ผ่า...사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
อย่าเสียดายกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว9월 5일 ก่อนที่จะรัก ...
<> ๏ ก่อนที่จะรัก ๛ คุณพร้อมที่จะอกหักหรือยัง ๏ เมื่อได้รัก ๛คุณปฏิบัติตัวเหมือนก่อนที่จะรักหรือป่าว ๏ ๏ เมื่อไร้รัก ๛ คุณจะกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมได้หรือป่าว๏ ๛๛ความรัก ไม่มีนิยามตายตัว หาก ความรัก เข้าใจกันง่ายๆละก้อ ป่านนี้ คงมีคู่มือหรือแบบเรียน ให้อ่านกันตั้งแต่อนุบาลแล้วล่ะ ๏ ดูแลความรักของคุณให้ดีที่สุด ก่อนที่คุณจะไม่มีความรักให้ดูแลอีกเลย ๏ 4월 19일 ...เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...
2월 7일 ความหมายของช่อกุหลาบ...ให้ทุก ๆ คนที่กำลังมีความรักน่ะ..
1월 12일 ...สีแสงเทียน...
12월 26일 แม่...ไม่คิดเงิน
11월 28일 ...ฉันมีค่าแค่ไหน...
11월 11일 เวลาที่เรารู้มาว่า........มีใครคนหนึ่งไม่สบายใจ
10월 28일 ธรรมชาติของความรัก...อยากจะบอกว่า ได้เห็นชีวิตของน้องคนหนึ่งที่เรารู้จักค่ะ แล้วเขาต้องเสียใจกับความรัก เราก็สะท้อนอารมณ์มาก ๆ ค่ะ เลยอยากทำภาพและเอาข้อความที่ชอบมาใส่ให้กับน้องคนหนึ่ง..ว่าอย่าเสียใจน่ะ ความรักก็แบบนี้แหละ..สักวันหนึ่งเราก็จะพบกับความรักที่เราพอใจน่ะ.....สู้ ๆ สู้..ไม่ต้องตายหรอกน่ะ......
10월 3일 สักวัน..เมื่อฝนซา
9월 27일 เหงียบ ๆ คนเดียว
9월 20일 เก็บไว้คนเดียว....
อีกครั้งที่น้ำตา .. ไหลออกมาไม่อาจฝืน 9월 14일 ฟ้ายังร้องไห้แล้วเรา......จะทนได้ยังงัย
จากก้นบึ้งของหัวใจ"ต้องไหวสิ" จากเสี้ยววิ-นาทีนี้ จะเผยอ จากสองมือ จะสร้างฝันอันเลิศเลอ จากเคยเพ้อ ฝันไว้ ต้องกลายจริง จากจุดนี้ถึงจุดหมาย อีกไกลนัก จากตรงนี้จักตั้งหลัก ให้แน่วนิ่ง จากหวั่นไหว ไม่มีแล้ว หวั่นประวิง จากท้อยิ่ง ขอแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใดหากต้องหลั่งน้ำตา จะขอยิ้ม หากต้องลิ้มรสเดียวดายไม่อ่อนไหว หากเสียดายวันล่วงผ่าน ก็ช่างปะไร หากเพียงใจเรายังสู้ จะรู้กัน!! 9월 13일 ทนไหวไหม..ค่ะ
กล่องความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิต "ทนไหวมั๊ย" เป็นคำถามที่ควรจะถามตัวเอง ว่า "ทนไหวมั๊ย" หลายๆคนคงเคยทน ไม่ว่าจะทนในการกระทำ ทนในชะตาชีวิต ทนมาในหลายๆเรื่อง คุณผ่านมาได้หรือยัง มันเป็นเพียงแค่ข้อสอบ ทดสอบความด้านของชีวิต ในขณะที่คุณกำลังเจอปัญหานั้น คุณรู้หรือไม่ว่ามีคนดูถูกและหัวเราะคุณอยู่ คุณจึงควรจะชนะมันให้ได้ คุณต้องทำแบบทดสอบนี้ให้ผ่าน เป็นข้อสอบภาคปฏิบัติเสียด้วยซิ คุณทำได้รึป่าวละ "ทนไหวมั๊ย" ขอให้ทุกท่านโชคดีในการทำข้อสอบ ชนะมันให้ได้ สู้ตายโว้ย 9월 7일 เลือกฝัน
9월 6일 อย่าทำแบบนี้กับคนที่เรารักน่ะ.....อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกดีมาก..
8월 26일 อย่าลืมนึกถึงคนข้างหลังบ้างน่ะพระอรหันต์อยู่ในบ้าน.....
สมเด็จโต ท่านเป็นยอดนักเทศน์ ท่านเทศน์ได้จับใจคนฟัง ธรรมเทศนาของท่าน เข้าใจง่ายไม่ต้องมานั่งแปลไทยให้เป็นไทย เพราะท่านใช้คำไทยตรงๆ เป็นภาษาพื้นๆ ที่คนทั่วไปได้ฟังก็เข้าใจ เป็นที่นิยมของชนทุกชั้น ฟังไปก็สนุกเพลิดเพลิน และยังได้คติธรรม ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเหมือนักเทศน์ท่านอื่นๆ สมเด็จโตท่านได้เล่าว่า มีคราวหนึ่ง ท่านได้รับนิมนต์ให้แสดงธรรม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกมาท่ามกลางเหล่าขุนนาง ข้าราชการและข้าราชบริพาร ครั้นพอพบหน้าท่าน เจ้าผู้ครองแผ่นดินก็ทรงสัพยอกว่า “ท่านเจ้าคุณ เห็นเขาชมกันทั้งเมืองว่าท่านเทศน์ดีนักนี่ วันนี้ต้องขอพิสูจน์หน่อย” สมเด็จโตทรงทูลว่า “ผู้ที่ไม่เคยฟังในธรรม ครั้นเขาฟังธรรมและได้รู้ได้เห็นในธรรมนี้แล้วเขาก็ชมว่าดี ขอถวายพระพร มหาบพิตร” และในวันนี้อาตมาจะมาเทศนาเรื่อง “พระอรหันต์อยู่ในบ้าน” ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเหล่าขุนนาง ข้าราการและข้าราชบริพาร ต่างก็มีความสงสัย เพราะเคยได้ยินแต่ว่าพระอรหันต์ท่านจะอยู่แต่ในถ้ำ ในป่า ในเขา ในที่เงียบสงัด หรือที่วัดวาอารามเท่านั้น แต่ทำไมสมเด็จโต จึงกล่าวว่า จะเทศนาเรื่อง พระอรหันต์อยู่ในบ้าน ในขณะที่ทุกคนพากันคิดสงสัยอยู่นั้น ฝ่ายสมเด็จโตทรงทราบด้วยญาณวิถีของทุกคน ท่านจึงขยายความต่อไปว่า จิตพระอรหันต์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านละจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่ยินดีและยินร้าย ในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม หากใครได้ทำบุญกับพระอรหันต์แล้วไซร้ ก็ถือได้ว่าเป็นลาภอันประเสริฐที่สุด บุญที่ได้ทำกับท่านจะให้ผลในชาติปัจจุบันทันที่ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า ทุกๆคนจึงมุ่งเสาะแสวงหาแต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน แต่ไม่เคยมองพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านเลย ทุกๆ คนที่นั่งฟังเทศนาอยู่ในที่แห่งนั้นต่างทำสีหน้างุนงงไปตามกัน เพราะไม่เข้าใจความหมาย สมเด็จโตจึงเทศนาต่อไปว่า “พระอรหันต์คือพระผู้ประเสริฐ คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังที่จะยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองท่าน เกาะหลังของท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังอุตสาห์ดั้นด้นดิ้นรนไปหา เพียงหวังเพื่อยึดเหนี่ยวและบูชาท่าน แต่พระที่อยู่ภายในที่ใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือแต่กับไปกินด่าง อันน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับน้ำใจของพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ก็มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน พ่อแม่จึงเปรียบเสมือน พระอรหันต์ของลูก ท่านมีน้ำใจบริสุทธิ์ต่อลูกมากมายนัก ท่านเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่อยู่ในท้องของท่าน ทนทุกข์ทรมานร่วมเก้าเดือนบ้างสิบเดือนบ้าง แต่ท่านก็ไม่เคยปริปากบ่นสักนิด มีแต่ความสุขใจ แม้ลูกเกิดออกมาแล้วพิกลพิการ หูหนวก ตาบอด ท่านก็ยังรักยังสงสารเพราะท่านคิดเสมอว่านั้นคือสายเลือด ถือว่าเป็นลูกไม่เคยคิดรังเกียจและทอดทิ้ง แต่ท่านกลับจะเพิ่มความรักความสงสารมากยิ่งขึ้น ครั้นตอนที่เราเป็นเด็กเล็กๆ ก็ซุกซนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราเคยหยิก เคยข่วน ทุบ ตี เตะ ต่อย กัด หรือด่าทอพ่อแม่ต่างๆ นานา เพราะความไร้เดียงสา ท่านก็ไม่เคยโกรธเคือง กลับยิ้มร่าชอบใจ เพิ่มความรักความเอ็นดูให้ท่านเสียอีก แม้เราจะเป็นผู้ใหญ่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่บางครั้ง ด้วยความโกรธ ความหลง เราก็ยังทุบตีหรือด่าทอท่านอยู่ แทนที่ท่านจะโกรธถือโทษเอาผิดต่อเรา ท่านกลับยอมนิ่งเฉยยอมที่จะทนรับทุกข์เพียงฝ่ายเดียว ยอมเสียน้ำตา ยอมเป็นเครื่องรองรับมือ รับเท้า และปากของเรา สำหรับลูกแล้ว ท่านเสียสละให้ทุกอย่าง ท่านให้อภัย ในการกระทำของเราเสมอเพราะท่านกลัว เราจะมีบาปมีกรรมติดตัว จึงยอมที่จะเจ็บยอมทุกข์เสียเอง ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรักเรา และหวังดีต่อเราอย่างจริงจังและจริงใจเหมือนพ่อแม่ ท่านเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็กจนเราเติบใหญ่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และกำลังทรัพย์ ให้แก่เราอย่างมากมาย จนไม่อาจประมาณค่าเป็นตัวเลขได้ ทั้งนี้เพราะมันมากมายจนเกินกว่าจะประมาณค่าได้ และในบางครั้ง ลูกหลงผิดเป็นคนชั่วด้วยอารมณ์แห่งโทสะ เป็นคนเมาขาดสติ ก่อกรรมทำเข็ญเป็นที่เดือนร้อนแก่ชาวบ้าน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมือง ในสายตาของท่านแล้ว เมื่อมีภัยสู่ลูกก็ยังโอบไปปกป้องรักษาช่วยเหลือลูกอย่างเต็มกำลัง และสุดความสามารถ ยอมเสียทรัพย์สินและเงินมากมายเพื่อให้ลูกได้พ้นผิด ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกต้องถูกจองจำหมดแล้วซึ่งอิสรภาพด้วยอาญาแห่งแผ่นดิน ก็คงมีแต่พ่อแม่เท่านั้นที่คอยหมั่นดูแลไปเยี่ยมไปเยียน คอยส่งน้ำส่งข้าวปลาอาหาร คอยให้กำลังใจแก่ลูก ให้ต่อสู้กับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของจิตใจที่ลูกได้รับ และรอนับเวลาที่ลูกจะกลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง น้ำใจที่มีต่อลูกเช่นนี้เปรียบเท่ากับน้ำใจของพระอรหันต์โดยแท้ พ่อแม่จึงเป็นพระอรหันต์ในบ้านของเราจริงๆ ทำไมพวกท่านจึงไม่คิดที่จะบุญกับพรอรหันต์ที่อยู่ในบ้านของท่านเล่า สำหรับลูก ถึงแม้พ่อแม่จะเป็นโจรเป็นคนชั่วในสายตาของบุคคลอื่น แต่สำหรับลูกแล้ว ท่านเสียสละได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ชีวิตท่านก็สามารถเสียสละให้ลูกได้ พ่อแม่มีลูกนับ 10 คนเลี้ยงดูมาเติบใหญ่ แต่ลูกทั้ง 10 คนกลับเลี้ยงดูพ่อแม่เพียง 2 คนไม่ได้ ชอบเกี่ยงกันเพราะลูกเหล่านั้นกำลังลืมคำว่า พระคุณของพ่อแม่ ยามที่พ่อแม่ท่านมีชีวิตอยู่เราควรที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ โดยการซื้อหาอาหารการกิน ซื้อเสื้อผ้า พาท่านไปทำบุญทำทาน เข้าวัดเข้าวา อะไรก็ตามที่ทำแล้วให้ท่านมีความสุขก็ควรทำให้ท่าน ดูแลความทุกข์สุขและเลี้ยงดูจิตใจท่าน เชื่อฟังในโอวาทคำเตือนของท่าน คำพูดคำจาที่จะพูดกับท่านก็ต้องระมัดระวัง เพราะคนแก่นั้นใจน้อย ต้องรักษาน้ำใจท่าน ไว้ด้วยคำพูดที่นิ่มหู ฟังดูแล้วไม่ทำให้ท่านไม่สบายใจ ไม่ปล่อยทิ้งท่านอยู่อย่างว้าเหว่ คอยเอาใจใส่ปรนนิบัติดูแลท่านอย่างใกล้ชิด แต่คนส่วนมากมักจะทำบุญให้พ่อแม่ เมื่อยามที่ท่านตายจากเราไปแล้ว เพราะนั่นคือการพลาด และเป็นการพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราเอง ซึ่งความจริงแล้วเราควรที่จะทำบุญให้กับพ่อแม่ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวที ขอให้สาธุชนทั้งหลายผู้มาได้ฟังธรรมในวันนี้ จงกลับไปทำบุญกับพ่อแม่ผู้เป็นพระอรหันต์ในบ้าน การทำบุญแบบนี้จะได้อานิสงส์ทันตาเห็นในชาติปัจจุบัน บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน คือบุญที่ทำกับพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ แต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน พวกท่านไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าองค์ใดจริงหรือไม่จริง แต่ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและเป็นของจริง และบูชาได้อย่างแน่นอน ไม่เคยเห็นผู้ใดเลยที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่แล้ว ต้องพบกับความวิบัติไม่เคยมี มีแต่จะทำมาหากินอาชีพอะไรก็จะเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ มีแต่ความสุข อายุยืนยาวตายตามกาลเวลา ขอให้ท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ จงใช้สติและพิจารณาในเรื่องราวต่างๆ ที่อาตมาได้เทศนาให้ฟังในครั้งนี้ได้ดี แล้วประโยชน์และความสุข ก็จะบังเกิดแก่ท่านทั้งหลายอย่างทันตาเห็น เอวัง...ก็มีด้วยประการฉะนี้ ขอถวายพระพร ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เหล่าขุนนางข้าราชการ และข้าราชบริพารทั้งปวง ได้ฟังคำเทศนาของสมเด็จโตจบลง บ้างน้ำตาก็คลอเบ้าทั้งสอง บ้างน้ำตาก็หลั่งไหลออกมาสุดที่จะกลั้นได้ ด้วยความรู้สึกรักสงสารและคิดถึงพระคุณของพ่อแม่ขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ อย่างที่ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย เจ้าผู้ครองแผ่นดินแห่งสยามประเทศจึงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันสั่นเครือ ปนน้ำพระเนตรว่า “ท่านเจ้าคุณท่านเทศน์ได้จับใจยิ่งนัก และขอให้ทุกคนจงกลับไปทำบุญกับพ่อแม่ผู้เป็นพระอรหันต์เถิด” และท่านผู้อ่านหล่ะคะ.. ท่านได้ทำบุญกับพ่อแม่ ผู้เป็นพระอรหันต์ในบ้านของท่านแล้วหรือยังคะ... จาก อมตะธรรม หลวงปู่โต ชอบมากเลย 8월 19일 บางสิ่งบางอย่างบางเวลา..ฉันมานั่งทบทวนเรื่องราวดีๆมากมายระหว่างเราสองคน แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเรื่องราวดีๆเหล่านี้มัน จะจบสิ้นลงเมื่อไร บางที..ถึงฉันจะไว้ใจในตัวเธอ แต่ฉันก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ บางคน..อาจอยากหวนกลับมาหาเธอ และฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะทำสำเร็จ บางครั้ง..ที่ฟังคำหวานๆจากปากของเธอ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอเคยพูดคำนี้กับคนรักเก่าของเธอมาแล้วซักร้อย กี่พันหน บางสิ่ง..อาจเปลี่ยนแปลง เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ฉันอดคิดไม่ได้ว่ากาลเวลา อาจเปลี่ยนใจเธอ บางอารมณ์..ที่ฉันรู้สึกท้อแท้ เสียใจต้องการใครสักคน และอยากให้คนๆนั้นเป็นเธอ แต่เมื่อโทรไปกลับไม่มี ใครรับสาย ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วฉันก็ไม่เหลือใครจริงๆ บางเวลา..ที่เราคุยกัน ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเบื่อฉันหรือยัง บางที..ที่ฉันโกรธเธอ เธอก็ต้องคอยมาตามง้อ และอธิบายเหตุผลให้ฉันได้เข้าใจ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าสักวันนึงเธอ คงจะหมดความอดทน บางคน..เขาอยู่ใกล้เธอมากกว่าฉัน ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่ารักแท้จะแพ้ความใกล้ชิด บางครั้ง ..ฉันอยากร้องไห้และระบายเรื่องราวต่างๆให้เธอฟัง แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเห็นฉันเป็นคนอ่อนแอ บางสิ่ง..ที่เก็บไว้ในใจคือความหวาดกลัวและยังเข็ดขยาดในความรัก ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอคงไม่เคยรู้และเธอ อาจยังไม่เข้าใจ บางอารมณ์..ฉันอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะคิดว่าฉันไม่ต้องการเธอ บางเวลา..ที่ฉันโทรหาเธอ ฉันอดคิดไม่ได่ว่าเธอจะรำคาญฉัน บางที..ฉันก็ไม่ได้บอกกับเธอเลยว่าฉันรักเธอมากมายแค่ไหน ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจคิดว่าฉันไม่รักเธอ บางคน..อาจยังรอคอยเธออยู่ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะเห็นใจเขา บางครั้ง..ฉันรับรู้ได้จากน้ำเสียงของเธอว่าเธออาจยังมีความรู้สึกดีๆให้กับคนรักเก่าของเธออยู่ ฉันอดคิดไม่ได้ ว่าความรู้สึกดีๆที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของเธอ สักวันมันจะเพิ่มมากขึ้นจนกลับกลายมาเป็นความรักอีกครั้ง บางสิ่ง..ที่ฉันคิดว่าแน่นอน แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ความแน่นอนนั่นแหละ คือความไม่แน่นอน บางอารมณ์..ฉันอยากจะบอกเธอว่ารัก แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะมองเห็นคุณค่าของมันหรือไม่....! บนทางขนานคนบางคนมีวิตอยู่เพื่อที่จะได้รักคนอื่น 8월 16일 สีสันของชีวิต
8월 8일 วันแม่
8월 3일 เสน่ห์ของความแตกต่าง เสน่ห์ของความแตกต่าง เรื่องของคน 2 คน ...ที่แตกต่างกันเกือ่บทุกด้าน ยกเว้นก็แต่..เรื่องของความร้สักที่มีให้กัน............................................................................................. เขาชอบสีดำ.....เธอชอบสีขาว เขาชอบฟังเพลงใต้ดิน.....เธอชอบฟังเพลงสบาย ๆ เขาตัวสูง.....เธอไม่สูง เขาเรียนไม่เก่ง.....เธอท็อปเกือบทุกวิชา เขาเก่งกีฬา.....เธอไม่เคยวิ่งทันใครเค้า เขาของเสียงเครื่องยนต์.....เธอเกลียดความเร็ว เขาชอบฝน.....เธอกลัวเสียงฟ้าร้อง เขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เรื่องมาก.....เธอเป็นคนร่าเริงและต้องมีคนอยู่รอบข้าง เขาเก็บความรู้สึกและระบายลงสมุด.....เธออ่อนไหว ขี้เหงาและช่างรู้สึก เขาน้ำตาซึมเพราะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง.....เธอร้องไห้ให้ความเดียวที่เก็บเอาไว้ เขาชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ .....เธอชอบมิตรภาพที่ใครต่อใครมีให้ แต่กระนั้น.....ผู้คนมากมายรายล้อมก็ไม่ได้ทำให้เธอว้าเหว่ ทุกครั้งที่เขาเหงา.....เธอจะนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่เรียกร้องความสนใจ ทุกครั้งที่เธอร้องไห้.....เขาไม่มีคำปลอบโยนเพียงแต่กุมมือเธอไว้ ทุกครั้งที่เขามองตัวเองในกระจก.....เขาจะเห็นเพียงผู้ชายที่ไร้ความสามารถและไม่ มีความสำคัญกับใคร แต่เธอกลับมองเห้นผู้ชายคนหนึ่ง.....ที่สามารถปกป้องเธอได้และมีค่ามากมายสำหรับ เธอ ทุกครั้งที่ฝนตก.....เธอจะนั่งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ฝนพัดพาความเหงามาให้ เสียงฟ้าร้องเรียกความกลัวมาใกล้ แต่ทุกครั้งที่ฝนตก เขาจุโทรศัพท์มาหาเธอ และจะอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งฝนหยุดตก.....แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันเลยซักคำ เขาและเธอ.....อยู่ด้วยกันในความเงียบ.....แต่ไม่เคยรู้สึกอึดอัด เขาและเธอ.....อยู่ด้วยกันในความเงียบ.....แต่เหมือนกับได้พูดคุยกันตลอดเวลา เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกอุ่นใจ เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น และนี่คือเสน่ห์..........ของความแตกต่าง **คุณว่ามั๊ย** 8월 2일 ทายนิสัยสาว ๆ จากทรงผมอ่ะ
|
||||||||||||||||||||||||
|
|