Kornwalai님의 프로필อย่าเสียดายกับสิ่งที่ผ่า...사진블로그리스트기타 도구 도움말

블로그


    9월 5일

    ก่อนที่จะรัก ...

    <> ๏ ก่อนที่จะรัก ๛ คุณพร้อมที่จะอกหักหรือยัง
    ๏ ก่อนที่จะรัก ๛ คุณพร้อมที่จะเลิกเจ้าชู้ได้หรือยัง๏
    ๏ ก่อนที่จะรัก ๛ คุณรัก หรือ คุณหลง ถามตัวเองก่อนน๊ะ๏

    ๏ เมื่อได้รัก ๛คุณปฏิบัติตัวเหมือนก่อนที่จะรักหรือป่าว ๏
    ๏ เมื่อได้รัก ๛ คุณอย่าเอา รัก ไปรวมกับ เซ็กส์ น๊ะมานคนละเรื่องกัน ๏
    ๏ เมื่อได้รัก ๛ คุณรัก หรือ คุณผูกพัน กันแน่??? ๏
    ๏ (เกี่ยวนะ เพราะบางคนหมดรักไปแร้วแต่ไม่กล้าเลิก เพราะความผูกพันนี่แหละ) ๏

    ๏ เมื่อไร้รัก ๛ คุณจะกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมได้หรือป่าว๏
    ๏ เมื่อไร้รัก ๛ คุณจะทนจากความเจ็บปวดนั้นได้แค่ไหน ๏
    ๏ เมื่อไร้รัก ๛คุณพร้อมที่จะเปิดใจให้คนอื่นอีกหรือป่าว ๏

    ๛๛ความรัก ไม่มีนิยามตายตัว
    ไม่มีความหมายที่แน่นอน
    ไม่มีความรู้สึกที่แน่แน่ว
    ไม่มีใครรักได้เหมือนกัน
    ไม่มีการสอน ไม่มีการสอบ
    ไม่มีการลอกไม่มีแบบฝึกหัด
    ไม่เข้าใครออกใคร ไม่มีให้ในพรสรรค์
    และไม่เคยมีใครเข้าใจอย่างแท้จริง ว่าความรักคืออะไร

    หาก ความรัก เข้าใจกันง่ายๆละก้อ ป่านนี้ คงมีคู่มือหรือแบบเรียน ให้อ่านกันตั้งแต่อนุบาลแล้วล่ะ

    ๏ ดูแลความรักของคุณให้ดีที่สุด ก่อนที่คุณจะไม่มีความรักให้ดูแลอีกเลย ๏

    4월 19일

    ...เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...

    ...เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...
    ...ดูเป็นคำถามโง่เง่าใช่ไหม...

    ...แต่วันนี้ที่มีและเป็นไป...
    ...ฉันก็อยากได้ความมั่นใจจากเธอบ้าง...

    ...เพราะดูเรื่องราวระหว่างเรา...
    ...บางครั้งดูว่างเปล่าจนอ้างว้าง...

    ...และฉันกลัวความเหินห่าง...
    ...เหมือนอย่างที่ผ่านมา...

    ...ไม่ใช่ไม่เชื่อใจ...
    ...แต่ในความเป็นไปฉันเหว่ว้า...

    ...และฉันอยากมั่นใจได้ว่า...
    ...เธอมีฉันเสมอมาไม่เปลี่ยนไป...

    ...เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...
    ...ดูเป็นคำถามโง่เง่าใช่ไหม...

    ...ตอบฉันเสียทีให้ได้ความมั่นใจ ...
    ...เรายังรักกันใช่ไหม...คนดี...

    2월 7일

    ความหมายของช่อกุหลาบ...ให้ทุก ๆ คนที่กำลังมีความรักน่ะ..

    จำนวนดอกกุหลาบ ความหมาย

    1 รักแรกพบ

    2 แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน

    3 ฉันรักเธอ

    7 คุณทำให้ฉันหลงเสนห์

    9 เราสองคนจะรักกันตลอดไป

    10 คุณเป็นคนที่ดีเลิศ

    11 คุณเป็นสมบัติที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน

    12 ขอให้เธอเป็นคู่ฉันเพียงคนเดียว

    13 เพื่อนแท้เสมอ

    15 ฉันรู้สึกเสียใจจริง ๆ

    20 ฉันมีความจริงใจต่อเธอ

    21 ชีวิตนี้ฉันมอบเพื่อเธอ

    36 ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน

    40 ความรักของฉันเป็นรักแท้

    99 ฉันรักเธอจนวันตาย

    100 ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ

    101 ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

    108 คุณจะแต่งงานกับฉันไหม

    999 ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

    1월 12일

    ...สีแสงเทียน...

    เชื่อกันว่า เมื่อให้ เทียน เป็นของขวัญกับใคร
    คำอวยพรจะได้ผลเมื่อผู้รับจุดเทียน
    เทียนแต่ละสีก็แทนความหมายแตกต่างกันไปตามนี้
    ลองมาดูละกันว่า ควรจะเลือกสีไหนให้ตรงกับผู้รับดี!!!!

    สีขาว สร้างความสงบ สะอาด

    สีเขียว รักษาพลัง ความมั่งคั่ง ความโชคดี

    สีชมพู สร้างอารมณ์โรแมนติก กระชับมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง เหมาะกับเรื่องบันเทิง ควรให้เป็นของขวัญเจ้าของงานปาร์ตี้

    สีแดง การปกป้อง ความรัก

    สีเหลือง สร้างความสงบ เยือกเย็น สร้างบรรยากาศในการเรียน การอ่านหนังสือ ให้เป็นของขวัญน้องๆๆ ที่กำลังเตรียมสอบ

    สีม่วง การเยียวยารักษา สร้างพลังอำนาจพิเศษ

    สีฟ้า จุดในห้องนอน ช่วยปกป้องคุณขณะนอนหลับ

    สีน้ำตาล ปกป้องสัตว์เลี้ยง ช่วยแก้ปัญหาสารพัดเรื่องบ้าน เหมาะให้เป็นของขวัญใครที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรัก

    12월 26일

    แม่...ไม่คิดเงิน


     

     

    เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเข้าไปหาแม่และส่งกระดาษให้
    หลังจากแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอีกเธอก็ก้มลงอ่าน
    ค่าตัดหญ้า 5 บาท
    ค่าทำความสะอาดห้องผมอาทิตย์นี้ 1 บาท
    ค่าซื้อของให้แม่ 2.50 บาท
    ค่าดูแลน้องชาย 2.50 บาท
    ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1 บาท
    ค่าได้คะแนนดี 5 บาท
    ค่ากวาดสนาม 2 บาท
    รวมค้างชำระ 19 บาท

    เธอหยิบปากกาขึ้นมาพลิกไปด้านหลังแล้วเขียน
    เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้องไม่คิดเงิน
    เวลาแม่พยาบาลลูกและสวดมนต์ให้ลูกไม่คิดเงิน
    ค่าที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตาไม่คิดเงิน
    ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า พาเที่ยวไม่คิดเงิน
    แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก
    เมื่อรวมทั้งหมดเป็นราคาเต็มของความรักไม่คิดเงินเหมือนกัน

    เมื่อลูกชายของเราอ่านสิ่งที่แม่เขียน น้ำตาหยดโต ก็ไหลออกมา
    เขาสบตาแม่และพูดว่า แม่ครับ ผมรักแม่จริง ๆน่ะครับ
    แล้วเขาก็เอาปากกา
    เขียนหนังสือตัวโตว่า จ่ายหมดแล้ว
    แม่จ่ายหมดแล้ว แต่ลูกทอนให้ยังไม่หมด.......

    11월 28일

    ...ฉันมีค่าแค่ไหน...

    >

    เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างเธอคอยดูแล อยู่เมื่อเธอเหงาใจ
    เป็นเพียงคนหนึ่งที่เธอเห็นแล้วผ่านไป เธอๆรู้หรือเปล่า

    ในใจมีเธอทำเพื่อเธอเพียงคนเดียว แต่ก็เท่านั้นเอง
    เป็นลมเบาๆที่เธอนั้นไม่เคยเห็น เธอไม่เคยมองดูที่ฉัน

    * ไม่ได้ขอให้เธอมารัก ไม่เคยขอให้เธอห่วงใย
    แค่อยากรู้เรื่องที่ค้างในใจ อยากๆจะถามเธอ

    ** ถ้าคนอย่างฉันตายจากไป เธอเศร้าใจหรือเปล่า
    หนึ่งคนที่ข้างเธอยามเหงา มันมีค่าสักแค่ไหนสำหรับเธอ

    เดินเพียงลำพังเพราะฉันมันตัวคนเดียว เธอไม่เคยสนใจ
    ยังมีเพียงเธอและจะรักตลอดไป ต่อให้ใจเธอไม่มีฉัน 
     

    โปรดเถอะตอบคำถาม ช่วยยืนยันให้ฉันฟังก่อน
    อยากจะรู้ กับเธอแล้ว ความรักนี้ของฉัน มีค่าแค่ไหน

    ถ้าคนอย่างฉันตายจากไป เธอเศร้าใจหรือเปล่า
    หนึ่งคนที่ข้างเธอยามเหงา มันมีค่าสักแค่ไหน

     

    .............................

    หลายๆ คนก็คงอยากรู้ว่า เรามีค่าแค่ไหนสำหรับใครซักคน...
    คนบางคนมีค่ามากมายสำหรับเรา แต่เรากลับไม่ได้มีค่าสำหรับเขา...
    บางคนเรามีค่าสำหรับเขา แต่เค้าอาจจะไม่ได้มีค่ามากมายสำหรับเราก็ได้...
    แต่อีกหลายคนก็โชคดี ที่เจอคนที่เค้ามีค่าสำหรับเ้รา และเราก็มีค่าสำหรับเขาเช่นกัน...

    ในชีวิตนึงของมนุษย์เรา
    วันที่เราจะได้รับรู้ว่าในโลกใบนี้ มีใครที่เราเป็นคนสำคัญสำหรับเขา
    มีค่ามากมายสำหรับเขา ก็คงเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่บนโลกใบนี้นี่เอง...

    อาจจะไม่มีใครเลย ที่เสียใจจากการจากไปของเรา
    คนที่ทิ้งกันไป อาจจะนิ่งเฉย ดูดาย
    หรือ อาจจะมีบางคน ที่เห็นคุณค่าของเรา
    คนที่เคยจากกันไปแสนนาน อาจจะคืนกลับมา

    คนที่แอบหวังดีกับเรา เราอาจจะได้รับรู้ในวันนั้น
    คนที่รักเรา เป็นห่วงเรา คงเสียใจมากกว่าใครๆ

    ถ้าหากเราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เห็นคุณค่าของ เรา ก่อนหน้าวันนั้นนานๆ ก็คงดี
    บางที่เราอาจจะได้ตอบแทนความรู้สึกดีๆ ที่คนๆ นั้นมีให้
    เผื่อเมื่อถึงวันนั้น เราจะได้ไม่เสียใจ เพราะเราได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้วนั่นเอง...

    11월 11일

    เวลาที่เรารู้มาว่า........มีใครคนหนึ่งไม่สบายใจ

    >

    ความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นมามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

    "เป็นห่วง" ซึ่งมันจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

    อยู่ๆมันก็วิ่งขึ้นมา ณ วินาทีที่เราได้รู้ว่า

    จิตใจเค้าได้รับการกระทบกระเทือน

    อยากทำอะไรก็ได้ แค่ให้เค้ารู้สึกดี

    อยากทำอะไรก็ได้ แค่ให้รู้ว่าเค้ายิ้มแล้ว

    อยากทำอะไรก็ได้ ที่จะสามารถแบ่งเบาส่วนนั้นออกมาได้บ้าง

    อะไรก็ตามที่เพื่อนคนนี้ จะสามารถทำเพื่อเธอได้

    รับรองเลยว่าจะไม่ลังเลที่จะทำ จะปฏิบัติ

    ฉันยินดีจะรับฟัง เพราะอย่างน้อยการที่เธอได้ระบายให้ฉันฟัง

    ฉันก็ภูมิใจที่ได้เป็นผู้รับรู้ปัญหา

    แต่ไม่รู้หรอกว่าจะช่วยอะไรได้มั้ย

    อาจไม่มีคำปรึกษา อาจไม่มีความช่วยเหลือ

    แต่สิ่งที่มีให้คือกำลังใจ และรอยยิ้ม

    เพราะฉันจะเป็นที่ว่างให้เธอได้นั่งลงพักผ่อน

    ก่อนที่เธอจะไปสู้กับปัญหานั้นอีกครั้ง ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง

    จะกุมมือเธอไว้เสมอ

    บางครั้งเราก็ต้องการสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน.....

    10월 28일

    ธรรมชาติของความรัก...

    อยากจะบอกว่า ได้เห็นชีวิตของน้องคนหนึ่งที่เรารู้จักค่ะ แล้วเขาต้องเสียใจกับความรัก เราก็สะท้อนอารมณ์มาก ๆ ค่ะ เลยอยากทำภาพและเอาข้อความที่ชอบมาใส่ให้กับน้องคนหนึ่ง..ว่าอย่าเสียใจน่ะ ความรักก็แบบนี้แหละ..สักวันหนึ่งเราก็จะพบกับความรักที่เราพอใจน่ะ.....สู้ ๆ สู้..ไม่ต้องตายหรอกน่ะ......

     

     

     

     

    " การที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก
    ...แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก”

    ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก
    แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้

    ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร
    เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า
    “มีวันที่รักมา.. ก็อาจมีวันที่รักไปได้”

    ....ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ...
    หลายคนจึงอดหลงใหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่

    คนเรามักหลอกตัวเองว่าเพราะเรารักเขามาก
    เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา
    และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย

    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา เราก็สมหวังในรัก
    และทำให้เรารู้สึกยึดมั่นได้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา
    เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง
    ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ
    นานเท่าที่เราปรารถนา....

    ความรู้สึกอันนี้แหละคือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล
    ...เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ

    ไม่ได้บอกว่า...รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป
    เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือลดน้อยถอยลง
    ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ...
    ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว "

    000
    10월 3일

    สักวัน..เมื่อฝนซา


    อาจเพียงแค่เดินล้มแล้วก้าวพลาด

    ขอแค่เพียงโอกาส..สำหรับการเริ่มใหม่

    จากจุดยืนที่มืดมิด...แต่คงไม่สายเกินไป

    หนทางที่แสนยาวไกล..หัวใจยังต้องสู้ทน

    อาจทำผิดเพียงหนึ่งครั้ง...

    หัวใจก็ยังพร้อมฝ่าฟันไปทั่วทุกแห่งหน

    ขอแค่เพียงโอกาสสำหรับใจนี้ที่ร้อนรน

    แค่เพียงใจของคนหนึ่งคน...ที่ต้องทนสู้ชะตา

    คงมีสักวันที่พายุจะลาจาก...

    คงมีซีกวัน....วันที่ฝนจะสร่างฟ้า...

    ขอโอกาสให้ฉันได้ใหมทางยาวไกลและวันเวลา

    ซีกวันเมื่อฝนซา...ฉันจะกลับมาเข้มแข็งดังเดิม

    .........จะพยายามน่ะคนดี ...........


    9월 27일

    เหงียบ ๆ คนเดียว


    ในวันนี้เธอเดินไปจากฉัน

    เศร้าเหมือนกันแต่ช่างไม่เป็นไร

    รักคือความสุขอยู่ที่ใจ

    เธอมีใครสุขได้ตามใจเธอ

    ฉันเองให้เธอได้แค่เท่านี้

    อาจไม่มีพร้อมแบบให้ได้เจอ

    มีเท่านี้อาจดีไม่พอสำหรับเธอ

    เธอจะเจอคนใหม่ไม่เป็นไร

    เสียใจก็เท่านั้น..เพราะความสำคัญสำหรับฉันไม่มีสำหรับเธอเลย.... เหงียบ ๆ คนเดียว.

    ปล. เหงา + เงียบ เป็น เหงียบ ค่ะ

    9월 20일

    เก็บไว้คนเดียว....



    อีกครั้งที่น้ำตา .. ไหลออกมาไม่อาจฝืน

    พยายามทนกล้ำกลืน .. ยังสะอื้นอีกจนได้

    เจ็บปวดที่ต้องเจอ .. ท่าทีเธอไม่สนใจ

    ฉันรักเธอเพียงใด .. เธอกลับไม่เคยไยดี

    คำพูดที่เสียดแทง .. เหมือนจะแกล้งให้เจ็บช้ำ

    สิ่งที่เธอกระทำ .. เหมือนย่ำใจให้ป่นปี้

    เคยรับรู้บ้างไหม .. ความน้อยใจที่ฉันมี

    นับวันทบทวี .. จนอยากหนีไปให้ไกล

    แต่ฉันมันอ่อนแอ .. จึงพ่ายแพ้ตัวเองเสมอ

    แค่คิดว่าขาดเธอ .. น้ำตาเอ่อขึ้นมาใหม่

    บอกตัวเองเบาเบา .. แม้ต้องเศร้าไม่เป็นไร

    ยอมช้ำอยู่ร่ำไป .. เจ็บเพียงไหนเต็มใจทน

    ฟ้านั้นคงลิขิต .. ทางชีวิตคนใจง่าย

    ให้ต้องทุรนทุราย .. ถูกทำร้ายอีกหลายหน

    กดเก็บไว้ข้างใน .. มิกล้าไปปริปากบ่น

    แม้ใจจะร้อนรน .. ยอมจำนนเพราะรักเธอ

    บางครั้งคนเราก็ต้องยอมกับบางสิ่งบางอย่าง..แม้จะต้องเสียน้ำตา..

    เพื่อแลกกับการที่จะไม่ต้องสูญเสียกับสิ่งที่เรารักมาก ๆแม้จะทรมานก็ตาม..

    มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่อาจจะบอกใครให้รับรู้ได้.....เก็บไว้คนเดียว..........
    9월 14일

    ฟ้ายังร้องไห้แล้วเรา......จะทนได้ยังงัย

     



    สักกี่ครา ฟ้าหม่น คนร้องไห้ ....สักกี่ครั้ง ฝันไป ใช่ใฝ่ฝัน ....สักกี่ท้อ เกินจะท้อ รอฝ่าฟัน ....สักกี่ฝันหล่นหาย พร้อมวัยเยาว์ ....สักกี่เช้าที่เราตื่น แล้วฝืนยิ้ม ...สักกี่ชิมรสชาติ ของความเหงา ...สักกี่วัน ผ่านไป ไม่เหลือเงา ...สักกี่เฝ้าถามใจ "ไหวไหมเธอ"
    จากก้นบึ้งของหัวใจ"ต้องไหวสิ" จากเสี้ยววิ-นาทีนี้ จะเผยอ จากสองมือ จะสร้างฝันอันเลิศเลอ จากเคยเพ้อ ฝันไว้ ต้องกลายจริง จากจุดนี้ถึงจุดหมาย อีกไกลนัก จากตรงนี้จักตั้งหลัก ให้แน่วนิ่ง จากหวั่นไหว ไม่มีแล้ว หวั่นประวิง จากท้อยิ่ง ขอแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
    หากต้องหลั่งน้ำตา จะขอยิ้ม หากต้องลิ้มรสเดียวดายไม่อ่อนไหว หากเสียดายวันล่วงผ่าน ก็ช่างปะไร หากเพียงใจเรายังสู้ จะรู้กัน!!
    9월 13일

    ทนไหวไหม..ค่ะ



    กล่องความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิต "ทนไหวมั๊ย"
    เป็นคำถามที่ควรจะถามตัวเอง ว่า "ทนไหวมั๊ย" หลายๆคนคงเคยทน ไม่ว่าจะทนในการกระทำ ทนในชะตาชีวิต
    ทนมาในหลายๆเรื่อง คุณผ่านมาได้หรือยัง มันเป็นเพียงแค่ข้อสอบ ทดสอบความด้านของชีวิต ในขณะที่คุณกำลังเจอปัญหานั้น
    คุณรู้หรือไม่ว่ามีคนดูถูกและหัวเราะคุณอยู่ คุณจึงควรจะชนะมันให้ได้ คุณต้องทำแบบทดสอบนี้ให้ผ่าน
    เป็นข้อสอบภาคปฏิบัติเสียด้วยซิ คุณทำได้รึป่าวละ "ทนไหวมั๊ย" ขอให้ทุกท่านโชคดีในการทำข้อสอบ ชนะมันให้ได้ สู้ตายโว้ย

    9월 7일

    เลือกฝัน



    เพียงแค่คิดถึงเธอ ฉันจะสลักชื่อเธอไว้ทุกครั้ง บนดอกไม้ทุกดอกในสวนของโลก บนแผ่นน้ำในมหาสมุทร บนก้อนเมฆในท้องฟ้า บนพื้นดินทุกตารางนิ้ว บนทรายทุกเม็ด ไม่นานหรอกที่รัก... โลกนี้จะเต็มไปด้วยชื่อของเธอ
    ทุกคนเกิดมาเพื่อทำความฝัน...... ไม่ใช่เกิดมา..... เพื่อความฝัน ทุกคนเกิดมาเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง...... ไม่ใช่เกิดมา ..... เพื่อรอความฝันที่เป็นจริง ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา เราเองเท่านั้นที่จะกำหนดชะตาชีวิตของเราได้ เราอยากทำอะไรตามฝัน นั่นแหละคนมีความฝัน อยากทำอะไรแต่ไม่ยอมทำ มัวแต่รอๆๆๆๆรอ แล้วเมื่อไหร่ชีวิตจะเดินไปถึงฝั่งฝัน ถึงเวลานั้นมันก็คงเป็นแค่ความฝัน......

    ชอบภาพนี้มากน่ะ

    9월 6일

    อย่าทำแบบนี้กับคนที่เรารักน่ะ.....

    อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกดีมาก..
          มันทำให้ผมนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในความฝัน ความทรงจำของผมตลอดเวลา..
          อยากให้ความรักความรู้สึกดี ๆ หลังจากอ่านบทความนี้เกิดขึ้นในใจเพื่อน ๆ
          ทุกคน บทความนี้ให้แง่คิดเกี่ยวกับความรัก และครอบครัวได้ดี
          มันทำให้เราได้ประสบการณ์ความรักโดยที่เราอาจจะไม่ได้ประสบเองทั้งหมด
          เรียนรู้ที่จะรักให้เป็น ประคองรักให้ตราบนานเท่านาน..

          "หลังจากที่ผมล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องของความรักมาหลายครั้ง
          เคยผิดหวังอกหัก หรือทำให้คนอื่นผิดหวัง เรียกได้ว่าเคยพบ เคยเจอ
          เคยเจ็บแบบที่เราๆ ท่านๆ หลายๆ คนประสบมาแล้วหรือกำลังประสบอยู่นี่แหละ
          จนกระทั่งวันหนึ่งผมพบกับเธอเข้า
          ตอนเริ่มเป็นแฟนกัน ผมก็เหมือนคนอื่นๆ ผมชอบเธอ เธอชอบผม เราชอบกัน
          คบกันหลายปีจนกลายมาเป็นความรัก
          และถึงวันแต่งงานที่เรารอคอยเรามีความสุขมาก
          แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จของความรักที่ทุกคนใฝ่ฝัน
          .....จนกว่าจะถึงวันนั้น หรืออะไรทำนองนี้
          เราโชคดีเพราะพ่อแม ่ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนท่านเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา...
          เรื่องราวของความรักมักจบลงที่ความสวยงามของการแต่งงาน...พระเอกนางเอกแต่งงานกัน...
          เฮ้..จบ แต่ผมว่าชีวิตจริง มันคนละเรื่องกันเลยครับ..."

          "เมื่อลูกชายคนแรกของเราคลอดออกมาได้เกือบหนึ่งเดือน
          ผมกับภรรยาเหนื่อยแทบขาดใจ ลูกชายร้องหิวนมเป็นระยะๆ ตลอดคืน
          แม้ว่าผมจะหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์และมีเวลาช่วยเลี้ยงลูกบ้าง
          แต่ช่วงที่ผมทำงานทั้งห้าวัน ภรรยาผมต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านคนเดียว
          ทั้งที่เธอพึ่งพักฟื้นหลังคลอดด้วย..."

          "วันนั้นผมพยายามสะสางงานให้เสร็จ เพื่อวันต่อๆ ไปในอาทิตย์นั้น
          จะได้มีเวลาช่วยภรรยาดูแลลูกบ้าง ผมกลับบ้านเย็นไปเล็กน้อย

          'ทำไมคุณไม่รีบกลับบ้าน... คุณไม่รู้หรือว่า ฉันเหนื่อยมากแค่ไหน
          ฉันรู้สึกไม่สบายเลย' ภรรยาผมต่อว่า
          ผมตอบกลับทันทีว่า 'ผมรีบกลับแล้ว ทำไมคุณต้องอารมณ์เสียด้วย'
          เธอพูดต่อไปว่า 'ทำไมฉันอารมณ์เสีย คุณไม่เข้าใจเลยรึยังไงว่า
          ฉันเหนื่อยแค่ไหน...'
          ผมชักฉุน 'แล้วคุณคิดว่าผมสบาย ผมไม่ เหนื่อยรึยังไง ผมทำงานมาทั้งวัน'
          ผมเริ่มโกรธที่เธอต่อว่าผมอย่างไม่มีเหตุผล เราต่างก็เหนื่อยกันทั้งคู่
          แล้วเธอมาโทษว่าผมผิดได้อย่างไรกัน เราทะเลาะกันอีกพักใหญ่
          ผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธออีก ผมขยับหนีจะออกนอกบ้าน
          'นี่คุณ อย่าพึ่งไปเลย ฉันไม่ได้นอนมาทั้งคืน
          ฉันกำลังรู้สึกแย่เอามากๆ...' ภรรยาพูดกับผม

          ผมหยุดนิดหนึ่ง ได้ยินเธอพูดว่า 'คุณเป็นคนแบบไหนกัน เวลาที่ฉันดีๆ
          คุณก็อยากอยู่กับฉัน แต่เวลาที่ฉันแย่
          คุณก็หนีฉันไป...คุณอยู่กับฉันเฉพาะเวลาที่ฉันดีๆ เท่านั้นหรือ?'

          เธอเงียบไป ผมเห็นตาเธอเริ่มแดง น้ำตาไหลคลอเบ้า เสียงเธอสั่น
          'ตอนนี้ฉันกำลังแย่ ฉันอยากให้คุณอยู่ด้วย
          คุณจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันสักหน่อยไม่ได้หรือ อย่าหนีฉันไปไหนเลย'
          ผมเห็นแววตาที่ขอร้องของเธอ... และเข้าไปกอดเธอ ผมพูดอะไรไม่ออก
          รู้สึกตีบตันที่ลำคอ... เธอกอดผมสักครู่หนึ่ง แล้วขอบใจที่ผมไม่หนีเธอไป
          สิ่งที่เธอต้องการจากผมคือกำลังใจนั่นเอง...

          ใช่ครับ... เธอพู ดถูกที่ว่า ผมมักจะอยู่กับเธอเวลาที่เธอดีๆ เท่านั้น
          แต่เวลาที่เธอไม่มีความสุข อารมณ์เสีย ผมกลับรับเธอไม่ได้
          ผมถอยห่างจากเธอ ผมไม่อยากมีเรื่องกับเธอ...

          ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจดีว่าความรักคืออะไร? จนผมได้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอ
          แต่วันนั้น ผมพบว่า... จริงๆ แล้ว
          ผมไม่เข้าใจอะไรเลย?"

     

     อย่าทำอย่างนี้กับคนที่เรารักน่ะ

     


     

    8월 26일

    อย่าลืมนึกถึงคนข้างหลังบ้างน่ะ

    พระอรหันต์อยู่ในบ้าน.....

    สมเด็จโต ท่านเป็นยอดนักเทศน์ ท่านเทศน์ได้จับใจคนฟัง ธรรมเทศนาของท่าน เข้าใจง่ายไม่ต้องมานั่งแปลไทยให้เป็นไทย เพราะท่านใช้คำไทยตรงๆ เป็นภาษาพื้นๆ ที่คนทั่วไปได้ฟังก็เข้าใจ เป็นที่นิยมของชนทุกชั้น ฟังไปก็สนุกเพลิดเพลิน และยังได้คติธรรม ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเหมือนักเทศน์ท่านอื่นๆ

    สมเด็จโตท่านได้เล่าว่า มีคราวหนึ่ง ท่านได้รับนิมนต์ให้แสดงธรรม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกมาท่ามกลางเหล่าขุนนาง ข้าราชการและข้าราชบริพาร ครั้นพอพบหน้าท่าน เจ้าผู้ครองแผ่นดินก็ทรงสัพยอกว่า “ท่านเจ้าคุณ เห็นเขาชมกันทั้งเมืองว่าท่านเทศน์ดีนักนี่ วันนี้ต้องขอพิสูจน์หน่อย”

    สมเด็จโตทรงทูลว่า “ผู้ที่ไม่เคยฟังในธรรม ครั้นเขาฟังธรรมและได้รู้ได้เห็นในธรรมนี้แล้วเขาก็ชมว่าดี ขอถวายพระพร มหาบพิตร” และในวันนี้อาตมาจะมาเทศนาเรื่อง “พระอรหันต์อยู่ในบ้าน”

    ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเหล่าขุนนาง ข้าราการและข้าราชบริพาร ต่างก็มีความสงสัย เพราะเคยได้ยินแต่ว่าพระอรหันต์ท่านจะอยู่แต่ในถ้ำ ในป่า ในเขา ในที่เงียบสงัด หรือที่วัดวาอารามเท่านั้น แต่ทำไมสมเด็จโต จึงกล่าวว่า จะเทศนาเรื่อง พระอรหันต์อยู่ในบ้าน ในขณะที่ทุกคนพากันคิดสงสัยอยู่นั้น ฝ่ายสมเด็จโตทรงทราบด้วยญาณวิถีของทุกคน

    ท่านจึงขยายความต่อไปว่า จิตพระอรหันต์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านละจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่ยินดีและยินร้าย ในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม หากใครได้ทำบุญกับพระอรหันต์แล้วไซร้ ก็ถือได้ว่าเป็นลาภอันประเสริฐที่สุด บุญที่ได้ทำกับท่านจะให้ผลในชาติปัจจุบันทันที่ไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า ทุกๆคนจึงมุ่งเสาะแสวงหาแต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน แต่ไม่เคยมองพระอรหันต์ที่อยู่ในบ้านเลย

    ทุกๆ คนที่นั่งฟังเทศนาอยู่ในที่แห่งนั้นต่างทำสีหน้างุนงงไปตามกัน เพราะไม่เข้าใจความหมาย สมเด็จโตจึงเทศนาต่อไปว่า “พระอรหันต์คือพระผู้ประเสริฐ คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังที่จะยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองท่าน เกาะหลังของท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังอุตสาห์ดั้นด้นดิ้นรนไปหา เพียงหวังเพื่อยึดเหนี่ยวและบูชาท่าน แต่พระที่อยู่ภายในที่ใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือแต่กับไปกินด่าง อันน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับน้ำใจของพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ก็มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน
    พ่อแม่จึงเปรียบเสมือน พระอรหันต์ของลูก ท่านมีน้ำใจบริสุทธิ์ต่อลูกมากมายนัก ท่านเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่อยู่ในท้องของท่าน ทนทุกข์ทรมานร่วมเก้าเดือนบ้างสิบเดือนบ้าง แต่ท่านก็ไม่เคยปริปากบ่นสักนิด มีแต่ความสุขใจ แม้ลูกเกิดออกมาแล้วพิกลพิการ หูหนวก ตาบอด ท่านก็ยังรักยังสงสารเพราะท่านคิดเสมอว่านั้นคือสายเลือด ถือว่าเป็นลูกไม่เคยคิดรังเกียจและทอดทิ้ง แต่ท่านกลับจะเพิ่มความรักความสงสารมากยิ่งขึ้น ครั้นตอนที่เราเป็นเด็กเล็กๆ ก็ซุกซนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราเคยหยิก เคยข่วน ทุบ ตี เตะ ต่อย กัด หรือด่าทอพ่อแม่ต่างๆ นานา เพราะความไร้เดียงสา ท่านก็ไม่เคยโกรธเคือง กลับยิ้มร่าชอบใจ เพิ่มความรักความเอ็นดูให้ท่านเสียอีก แม้เราจะเป็นผู้ใหญ่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่บางครั้ง ด้วยความโกรธ ความหลง เราก็ยังทุบตีหรือด่าทอท่านอยู่ แทนที่ท่านจะโกรธถือโทษเอาผิดต่อเรา ท่านกลับยอมนิ่งเฉยยอมที่จะทนรับทุกข์เพียงฝ่ายเดียว ยอมเสียน้ำตา ยอมเป็นเครื่องรองรับมือ รับเท้า และปากของเรา สำหรับลูกแล้ว ท่านเสียสละให้ทุกอย่าง ท่านให้อภัย ในการกระทำของเราเสมอเพราะท่านกลัว เราจะมีบาปมีกรรมติดตัว จึงยอมที่จะเจ็บยอมทุกข์เสียเอง ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรักเรา และหวังดีต่อเราอย่างจริงจังและจริงใจเหมือนพ่อแม่ ท่านเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็กจนเราเติบใหญ่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และกำลังทรัพย์ ให้แก่เราอย่างมากมาย จนไม่อาจประมาณค่าเป็นตัวเลขได้ ทั้งนี้เพราะมันมากมายจนเกินกว่าจะประมาณค่าได้ และในบางครั้ง ลูกหลงผิดเป็นคนชั่วด้วยอารมณ์แห่งโทสะ เป็นคนเมาขาดสติ ก่อกรรมทำเข็ญเป็นที่เดือนร้อนแก่ชาวบ้าน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมือง ในสายตาของท่านแล้ว เมื่อมีภัยสู่ลูกก็ยังโอบไปปกป้องรักษาช่วยเหลือลูกอย่างเต็มกำลัง และสุดความสามารถ ยอมเสียทรัพย์สินและเงินมากมายเพื่อให้ลูกได้พ้นผิด ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกต้องถูกจองจำหมดแล้วซึ่งอิสรภาพด้วยอาญาแห่งแผ่นดิน ก็คงมีแต่พ่อแม่เท่านั้นที่คอยหมั่นดูแลไปเยี่ยมไปเยียน คอยส่งน้ำส่งข้าวปลาอาหาร คอยให้กำลังใจแก่ลูก ให้ต่อสู้กับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานของจิตใจที่ลูกได้รับ และรอนับเวลาที่ลูกจะกลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง

    น้ำใจที่มีต่อลูกเช่นนี้เปรียบเท่ากับน้ำใจของพระอรหันต์โดยแท้ พ่อแม่จึงเป็นพระอรหันต์ในบ้านของเราจริงๆ ทำไมพวกท่านจึงไม่คิดที่จะบุญกับพรอรหันต์ที่อยู่ในบ้านของท่านเล่า

    สำหรับลูก ถึงแม้พ่อแม่จะเป็นโจรเป็นคนชั่วในสายตาของบุคคลอื่น แต่สำหรับลูกแล้ว ท่านเสียสละได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ชีวิตท่านก็สามารถเสียสละให้ลูกได้ พ่อแม่มีลูกนับ 10 คนเลี้ยงดูมาเติบใหญ่ แต่ลูกทั้ง 10 คนกลับเลี้ยงดูพ่อแม่เพียง 2 คนไม่ได้ ชอบเกี่ยงกันเพราะลูกเหล่านั้นกำลังลืมคำว่า พระคุณของพ่อแม่

    ยามที่พ่อแม่ท่านมีชีวิตอยู่เราควรที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ โดยการซื้อหาอาหารการกิน ซื้อเสื้อผ้า พาท่านไปทำบุญทำทาน เข้าวัดเข้าวา อะไรก็ตามที่ทำแล้วให้ท่านมีความสุขก็ควรทำให้ท่าน ดูแลความทุกข์สุขและเลี้ยงดูจิตใจท่าน เชื่อฟังในโอวาทคำเตือนของท่าน คำพูดคำจาที่จะพูดกับท่านก็ต้องระมัดระวัง เพราะคนแก่นั้นใจน้อย ต้องรักษาน้ำใจท่าน ไว้ด้วยคำพูดที่นิ่มหู ฟังดูแล้วไม่ทำให้ท่านไม่สบายใจ ไม่ปล่อยทิ้งท่านอยู่อย่างว้าเหว่ คอยเอาใจใส่ปรนนิบัติดูแลท่านอย่างใกล้ชิด แต่คนส่วนมากมักจะทำบุญให้พ่อแม่ เมื่อยามที่ท่านตายจากเราไปแล้ว เพราะนั่นคือการพลาด และเป็นการพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราเอง ซึ่งความจริงแล้วเราควรที่จะทำบุญให้กับพ่อแม่ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวที

    ขอให้สาธุชนทั้งหลายผู้มาได้ฟังธรรมในวันนี้ จงกลับไปทำบุญกับพ่อแม่ผู้เป็นพระอรหันต์ในบ้าน การทำบุญแบบนี้จะได้อานิสงส์ทันตาเห็นในชาติปัจจุบัน บุญที่ให้ผลในชาติปัจจุบัน คือบุญที่ทำกับพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ แต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน พวกท่านไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าองค์ใดจริงหรือไม่จริง แต่ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและเป็นของจริง และบูชาได้อย่างแน่นอน ไม่เคยเห็นผู้ใดเลยที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่แล้ว ต้องพบกับความวิบัติไม่เคยมี มีแต่จะทำมาหากินอาชีพอะไรก็จะเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ มีแต่ความสุข อายุยืนยาวตายตามกาลเวลา

    ขอให้ท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ จงใช้สติและพิจารณาในเรื่องราวต่างๆ ที่อาตมาได้เทศนาให้ฟังในครั้งนี้ได้ดี แล้วประโยชน์และความสุข ก็จะบังเกิดแก่ท่านทั้งหลายอย่างทันตาเห็น เอวัง...ก็มีด้วยประการฉะนี้ ขอถวายพระพร

    ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เหล่าขุนนางข้าราชการ และข้าราชบริพารทั้งปวง ได้ฟังคำเทศนาของสมเด็จโตจบลง บ้างน้ำตาก็คลอเบ้าทั้งสอง บ้างน้ำตาก็หลั่งไหลออกมาสุดที่จะกลั้นได้ ด้วยความรู้สึกรักสงสารและคิดถึงพระคุณของพ่อแม่ขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ อย่างที่ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย

    เจ้าผู้ครองแผ่นดินแห่งสยามประเทศจึงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันสั่นเครือ ปนน้ำพระเนตรว่า “ท่านเจ้าคุณท่านเทศน์ได้จับใจยิ่งนัก และขอให้ทุกคนจงกลับไปทำบุญกับพ่อแม่ผู้เป็นพระอรหันต์เถิด”

    และท่านผู้อ่านหล่ะคะ.. ท่านได้ทำบุญกับพ่อแม่
    ผู้เป็นพระอรหันต์ในบ้านของท่านแล้วหรือยังคะ...

    จาก อมตะธรรม หลวงปู่โต
    ชอบมากเลย
    8월 19일

    บางสิ่งบางอย่าง

    บางเวลา..ฉันมานั่งทบทวนเรื่องราวดีๆมากมายระหว่างเราสองคน แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเรื่องราวดีๆเหล่านี้มัน
    จะจบสิ้นลงเมื่อไร
    บางที..ถึงฉันจะไว้ใจในตัวเธอ แต่ฉันก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้
    บางคน..อาจอยากหวนกลับมาหาเธอ  และฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะทำสำเร็จ
    บางครั้ง..ที่ฟังคำหวานๆจากปากของเธอ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอเคยพูดคำนี้กับคนรักเก่าของเธอมาแล้วซักร้อย
    กี่พันหน
    บางสิ่ง..อาจเปลี่ยนแปลง เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป  ฉันอดคิดไม่ได้ว่ากาลเวลา อาจเปลี่ยนใจเธอ
    บางอารมณ์..ที่ฉันรู้สึกท้อแท้ เสียใจต้องการใครสักคน และอยากให้คนๆนั้นเป็นเธอ  แต่เมื่อโทรไปกลับไม่มี
    ใครรับสาย ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วฉันก็ไม่เหลือใครจริงๆ

    บางเวลา..ที่เราคุยกัน ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเบื่อฉันหรือยัง
    บางที..ที่ฉันโกรธเธอ เธอก็ต้องคอยมาตามง้อ และอธิบายเหตุผลให้ฉันได้เข้าใจ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าสักวันนึงเธอ
    คงจะหมดความอดทน
    บางคน..เขาอยู่ใกล้เธอมากกว่าฉัน ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่ารักแท้จะแพ้ความใกล้ชิด
    บางครั้ง ..ฉันอยากร้องไห้และระบายเรื่องราวต่างๆให้เธอฟัง แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะเห็นฉันเป็นคนอ่อนแอ
    บางสิ่ง..ที่เก็บไว้ในใจคือความหวาดกลัวและยังเข็ดขยาดในความรัก ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอคงไม่เคยรู้และเธอ
    อาจยังไม่เข้าใจ
    บางอารมณ์..ฉันอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะคิดว่าฉันไม่ต้องการเธอ

    บางเวลา..ที่ฉันโทรหาเธอ ฉันอดคิดไม่ได่ว่าเธอจะรำคาญฉัน
    บางที..ฉันก็ไม่ได้บอกกับเธอเลยว่าฉันรักเธอมากมายแค่ไหน ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจคิดว่าฉันไม่รักเธอ
    บางคน..อาจยังรอคอยเธออยู่  ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะเห็นใจเขา
    บางครั้ง..ฉันรับรู้ได้จากน้ำเสียงของเธอว่าเธออาจยังมีความรู้สึกดีๆให้กับคนรักเก่าของเธออยู่ ฉันอดคิดไม่ได้
    ว่าความรู้สึกดีๆที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของเธอ สักวันมันจะเพิ่มมากขึ้นจนกลับกลายมาเป็นความรักอีกครั้ง
    บางสิ่ง..ที่ฉันคิดว่าแน่นอน แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ความแน่นอนนั่นแหละ คือความไม่แน่นอน
    บางอารมณ์..ฉันอยากจะบอกเธอว่ารัก แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอจะมองเห็นคุณค่าของมันหรือไม่....!

    บนทางขนาน

    คนบางคนมีวิตอยู่เพื่อที่จะได้รักคนอื่น
    ในขณะที่
    คนบางคนมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
    หลายเวลาในชีวิต
    มีเหตุการณ์ต่างๆผ่านเข้ามา
    เราพบอะไรมากมาย
    สิ่งเหล่านั้นที่สอนให้เรารู้จักอ่อนแอ
    เข้มแข็ง
    รู้จักผิดหวัง
    สมหวัง
    รู้จักดีใจ
    และเสียใจ
    ทุกอย่างต้องเดินคู่กัน
    ทุกอย่างมันเป็นคู่ขนาน
    ไม่เคยเห็นเลยว่าจะมีอะไรที่สมบูรณ์ที่สุด
    ล้วนแต่เป็นเส้นทางเดินที่คู่กันเสียมากกว่า..

    สิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว มันก็ยังไม่ดีที่สุด ที่เราว่าแย่ที่สุด มันก็ยังมีที่ดีอยู่
    เป็นอย่างนี้จริงๆ มาลองคิดกลับกัน
    ถ้าเรายอมรับในสิ่งต่างๆเหล่านั้นได้อย่างไม่มีเงื่อนไข
    เราก็จะมีชีวิตอย่างมีความสุขได้ เพราะมุมกลับ ทำให้มองเห็นได้ว่า แท้จริงแล้ว
    เราต่างหากที่ต้องไปคู่กันกับสิ่งนั้นกับเรื่องราวต่างๆเหล่านั้น
    คนบางคนจะรักใครซักคน ก็คาดหวังไว้อย่างหรูหรา คู่เราต้องมีหน้ามีตา มีเงินมีทอง
    มีฐานะมั่นคง รูปสวย ด้วยหล่อน่ารัก แต่จะมีกี่คน ที่มองกลับมาหาตัวเอง
    หากรักอย่างไม่หวัง ลองมองมาที่ตัวเราเองดูซิว่า.. เรามีอะไรบ้าง เราต้องการได้
    หรือต้องการให้ เรายอมรับเขาได้ไหม เราจะช่วยเขาทำอะไร สิ่งเหล่านี้ เป็นจิต เป็นชีวิต
    ที่คุณต้องเดินคู่กันไปต่างหาก ถ้าวันนึง ความหรูหรา ไม่เป็นอย่างที่คุณคิดล่ะ
    รักของคุณจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่ใจ หรืออยู่ที่สิ่งจับต้อง ลองมองกลับมาที่ตัวเองดู
    สิ่งจับต้องที่มีอยู่ มีได้มา ก็ต้องมีเสียไป แต่ใจเราอยู่คงที่ ไม่เสีย แต่ก็ไม่ได้
    เป็นอย่างนี้ เป็นคู่ขนานกัน..
    ในทางเดินของชีวิต มีอะไรต่างๆ ที่เราต้องเจอ ต้องลำบาก ต้องฝ่าฟัน เวลาท้อ
    ทางขนานคือกำลังใจ เวลาที่อ่อนล้า ทางขนานคือคำปลอบใจ คงไม่มีใครปฏิเสธสิ่งเหล่านี้
    ลองมองดูตัวเราเองซิ.. วันนี้เราลืมให้จิตใจที่อ่อนโยน ลืมให้กำลังใจที่เข้มแข็ง
    ลืมให้คำปลอบใจ และสิ่งต่างๆที่เราอยากได้ตั้งแต่ต้นจากใครบางคน ลองฟังเสียจากใจเขา
    ทบทวนว่าเรา.. ควรให้แก่เขาบ้างได้ไหม
    เพราะมันคือพลังขับเคลื่อนที่ดีที่เขาจะเดินไปบนทางขนานเส้นนี้กับเราอย่างมั่นคง
    นั่นเอง...      

    8월 16일

    สีสันของชีวิต




    ชีวิตคนเรามีการดำเนินชีวิตที่หลากหลายแบบกันไป ก็เหมือนกับดอกไม้ที่มีหลายสีว่ามั้ย แต่การที่เราจะชิวิตอย่างไร
    ให้มีสีสันเหมือนดอกไม้หล่ะ เราต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ เพี่อให้เราคงอยู่ได้ตลอดไปก็เหมือนกับดอกไม้ที่จะรักษาสภาพสีสันของตอกไม้ ให้สวยงามและสดอยู่ตลอดไป แต่บางครั้งกาลเวลาก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้เราไม่อาจจะคงสภาพของเราและดอกไม้ให้สวยสดงดงามได้ตลอดไป..ว่ามั้ย ยิ่งนึกถึงยิ่งทำให้เศร้าใจน่ะ..ว่าเราไม่อาจจะยึดติดกับทุกสิ่งที่เราได้เจอหรือได้เห็นหรือว่าเป็นของเราได้เลย..........